งานวิจัย

ความต้องการของนักท่องเที่ยวต่อการจัดการอย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของธุรกิจที่พักแรมในเขต อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี

ยกสมน เจ๊ะเฮง: ความต้องการของนักท่องเที่ยวต่อการจัดการอย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของธุรกิจที่พักแรมในเขต อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี. 2014.

Abstract

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความต้องการของนักท่องเที่ยวต่อการจัดการอย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของธุรกิจที่พักแรมในเขต อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี ศึกษาพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวต่อการตัดสินใจเข้าพักธุรกิจที่พักแรมที่มีการจัดการอย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และเปรียบเที่ยบปัจจัยส่วนบุคคลต่อความต้องการรับบริการของธุรกิจที่พักแรมที่มีการจัดการอย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ กลุ่มนักท่องเที่ยวที่เข้ามาใช้บริการธุรกิจที่พักแรม ในเขตอำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานีที่เข้ามาพักแรมในธุรกิจที่พักแรมทั้ง 30 แห่งในอำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี จำนวน 384 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามการเก็บรวบรวมข้อมูลใช้วิธีการสุ่มแบบบังเอิิญ(Accidental Sampling) วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติพื้นฐาน ได้แก่ ค่าร้อยละ หาค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สถิติทดสอบ ได้แก่ การทดสอบค่า(t-test) และค่าความแปรปรวนทางเดียว ผลการศึกษาปัจจัยส่วนบุคคลของนักท่องเที่ยวที่พักแรมในดขตอำเภอเมือง จังหวัดสุราษฏร์ธานี พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง มีอายุอยู่ในช่วง 16-35 ปี การศึกษาระดับปริญญาตรี ประกอบอาชีพธุรกิจส่วนตัว เป็นโสด และมีรายได้ระหว่าง 15,001-30,000 บาท ผลการศึกษาพฤติกรรมของนักท่องเที่ยว พบว่าผู้ตอบแบบสอบถามมีวัตถุประสงค์ในการเดินทางมาเข้าพักเพื่อวามเพลิดเพลินและการพักผ่อน ระยะเวลาในการเข้าพัก 2-3 วัน มาพักเป็นครั้งแรก และหากมีโอกาสกลับมาก็จะเลือกที่พักเดิมที่เคยพัก ระดับราคาที่เหมาะสมในการเข้าพักระหว่าง 500-1,000 บาท มีความต้องการรับบริการจากธุรกิจที่พักที่ให้บริการระดับปานกลาง และมีความต้องการในการรับบริการธุรกิจที่พักแรมที่มีการจัดการอย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ผลการศึกษาเกี่ยวกับ ความต้องการของนักท่องเที่ยวต่อการจัดการอย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของธุรกิจที่พักแรมโดยแบ่งออกเป็น 4 ด้าน ผลการศึกษาพบว่าแต่ละด้านพบว่า ด้านการบริหารจัดการ ต้องการให้มีการกำหนดนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมเป็รลายลักษณ์อักษรมากที่สุด ด้านการบริหารงานบุคคลากร ต้องการในเรื่องพนักงานควรให้ความรู้และเป็นประโยชน์ต่อลูกค้าที่มาพักในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมมากที่สุด ด้านสถานที่และสภาพสิ่งแวดล้อม มีความต้องการให้มีการจัดบริเวณสถานประกอบการภายนอกอาคารมีการจัดตกแต่งสภาพสิ่งแวดล้อมที่สวยงามเป็นธรรมชาติมากที่สุด ด้านการสื่อสารและประชาสัมพันธ์ ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ได้รับรู้มาบ้านแต่ยังไม่เข้าใจแน่ชัด รับรู้ข้อมูลจากสื่อออนไลน์มากที่สุด และมีความเข้าใจว่าธุรกิจที่พักแรมต้องมาการปรับปรุงดูแลเรื่องคุณภาพของสิ่งแวดล้อม
ผลการเปรียบเทียบปัจจัยส่วนบุคคลกับพฤติกรรมนักท่องเที่ยวในเขตอำเภอเมืองจังหวัดสุราษฎร์ธานี พบว่า 1. ตัวแปรส่วนบุคลกับวัตถุประสงค์ในการเข้าพักส่วนใหญ่ไม่แตกต่าง 2.ตัวแปรส่วนบุคคลกับจำนวนครั้งที่เข้าพักพบว่าความถี่ของจำนวนครั้งที่เข้าพักระหว่างกลุ่มส่วนใหญ่ไม่แตกต่างกัน ยกเว้นด้านระดับการศึกษาและสถานะที่แตกต่างกัน 3. แปรส่วนบุคคลกับการตัดสินใจเลือกกลับมาพักที่พักเดิมของนักท่องเที่ยวไม่แตกต่างกันทุกต้าน 4. ตัวแปรส่วนบุคคลกับระดับราคาที่นักท่องเที่ยวต้องการและคิดว่าเหมาะสมในการเข้าพักของนักท่องเที่ยวความถี่ของราคาที่เหมาะสมในการเข้าพักไม่แตกต่างกันทุกด้าน 5. ตัวแปรส่วนบุคคลกับระดับการบริการของธุรกิจที่พักแรมของนักท่องเที่ยวทุกด้านความถี่ระดับ การบริการธุรกิจที่พักแรมที่นักท่องเที่ยวต้องการพักไม่แตกต่างกัน และ 6. ตัวแปรส่วนบุคลกับความต้องการในการบริหารธุรกิจที่พักแรมที่มีการจัดการอย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมของนักท่องเที่ยว ความถี่ของความต้องการในการใช้บริการที่พักแรมที่มีการจัดการอย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมไม่แตกต่างกันทุกด้าน




The purpose of this research is to critically explore tourist needs towards environmentally-friendly management of hotal business in Amphur Mueng,Surat Thani. Sampling among 30 hotals. The sample size is 384 tourism, who stay in the particular area. A questionnaire was designed as a data collecting tool in order to collect information with accidental sampling. Moreover, T-Test and F-Test has been adopted to analyse the data related to percentageanalysis, Mean and SD among the repondents. The results of the sampling's demographic data show that most respondents were female, age's range is 16-35 years, Bachelor's degree graduated, business owner carrer, single and income 15,001-30,000 THB. Moreover, the respondents' purpose of staying is to be relaxed as the rest-seekers. They stay just 2-3 days and it is the first time for them. It can be said that they would be back to stay in the same hotal which cost 500-1,000 THB. Importantly, environmentally-friendly management would be concerned by the responts. In addition, tourists needs towards environmentally-frindly man agement of hotel business in Ampher mueng, Surat Thani is focusing on 4 different dimensions. The results have rsptesented that a written-policy is the most importance of management dimension. The second importance, which is a sub-factor of human resources management, is the knowledge of employees in responding guests' questions related to environmental saving. For place and environmental management, the natural design would initiated as the decoration of hotels. For communication and public relation, the representatives can get some hotel's information via social network which is the most popular communication channel. However, hotel owners shold improve their environmental quality. For hypothesis test, the relationship between demongraphic data and tourists' behaviour has depicted that that there is an importance between demographic data and purpose of staying such as the different sex with family visiting pupose. There is no importance between demographic data and time range. Next, there is no importance between demographic data and staying’s freguency. Then, there is no importance between demographic data and returning possibility. Addittionally, there is no importance between demographic data and various prices. Furthermore, there is no importance between demographic data and environmentallt-friendly management of hotel business.

    BibTeX (Download)

    @book{เจ๊ะเฮง2014,
    title = {ความต้องการของนักท่องเที่ยวต่อการจัดการอย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของธุรกิจที่พักแรมในเขต อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี},
    author = {ยกสมน เจ๊ะเฮง},
    year  = {2014},
    date = {2014-01-01},
    pages = {83},
    abstract = {การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความต้องการของนักท่องเที่ยวต่อการจัดการอย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของธุรกิจที่พักแรมในเขต อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี ศึกษาพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวต่อการตัดสินใจเข้าพักธุรกิจที่พักแรมที่มีการจัดการอย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และเปรียบเที่ยบปัจจัยส่วนบุคคลต่อความต้องการรับบริการของธุรกิจที่พักแรมที่มีการจัดการอย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ กลุ่มนักท่องเที่ยวที่เข้ามาใช้บริการธุรกิจที่พักแรม ในเขตอำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานีที่เข้ามาพักแรมในธุรกิจที่พักแรมทั้ง 30 แห่งในอำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี จำนวน 384 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามการเก็บรวบรวมข้อมูลใช้วิธีการสุ่มแบบบังเอิิญ(Accidental Sampling) วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติพื้นฐาน ได้แก่ ค่าร้อยละ หาค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สถิติทดสอบ ได้แก่ การทดสอบค่า(t-test) และค่าความแปรปรวนทางเดียว ผลการศึกษาปัจจัยส่วนบุคคลของนักท่องเที่ยวที่พักแรมในดขตอำเภอเมือง จังหวัดสุราษฏร์ธานี พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง มีอายุอยู่ในช่วง 16-35 ปี การศึกษาระดับปริญญาตรี ประกอบอาชีพธุรกิจส่วนตัว เป็นโสด และมีรายได้ระหว่าง 15,001-30,000 บาท ผลการศึกษาพฤติกรรมของนักท่องเที่ยว พบว่าผู้ตอบแบบสอบถามมีวัตถุประสงค์ในการเดินทางมาเข้าพักเพื่อวามเพลิดเพลินและการพักผ่อน ระยะเวลาในการเข้าพัก 2-3 วัน มาพักเป็นครั้งแรก และหากมีโอกาสกลับมาก็จะเลือกที่พักเดิมที่เคยพัก ระดับราคาที่เหมาะสมในการเข้าพักระหว่าง 500-1,000 บาท มีความต้องการรับบริการจากธุรกิจที่พักที่ให้บริการระดับปานกลาง และมีความต้องการในการรับบริการธุรกิจที่พักแรมที่มีการจัดการอย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ผลการศึกษาเกี่ยวกับ ความต้องการของนักท่องเที่ยวต่อการจัดการอย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของธุรกิจที่พักแรมโดยแบ่งออกเป็น 4 ด้าน ผลการศึกษาพบว่าแต่ละด้านพบว่า ด้านการบริหารจัดการ ต้องการให้มีการกำหนดนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมเป็รลายลักษณ์อักษรมากที่สุด ด้านการบริหารงานบุคคลากร ต้องการในเรื่องพนักงานควรให้ความรู้และเป็นประโยชน์ต่อลูกค้าที่มาพักในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมมากที่สุด ด้านสถานที่และสภาพสิ่งแวดล้อม มีความต้องการให้มีการจัดบริเวณสถานประกอบการภายนอกอาคารมีการจัดตกแต่งสภาพสิ่งแวดล้อมที่สวยงามเป็นธรรมชาติมากที่สุด ด้านการสื่อสารและประชาสัมพันธ์ ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ได้รับรู้มาบ้านแต่ยังไม่เข้าใจแน่ชัด รับรู้ข้อมูลจากสื่อออนไลน์มากที่สุด และมีความเข้าใจว่าธุรกิจที่พักแรมต้องมาการปรับปรุงดูแลเรื่องคุณภาพของสิ่งแวดล้อม
    	ผลการเปรียบเทียบปัจจัยส่วนบุคคลกับพฤติกรรมนักท่องเที่ยวในเขตอำเภอเมืองจังหวัดสุราษฎร์ธานี พบว่า 1. ตัวแปรส่วนบุคลกับวัตถุประสงค์ในการเข้าพักส่วนใหญ่ไม่แตกต่าง 2.ตัวแปรส่วนบุคคลกับจำนวนครั้งที่เข้าพักพบว่าความถี่ของจำนวนครั้งที่เข้าพักระหว่างกลุ่มส่วนใหญ่ไม่แตกต่างกัน ยกเว้นด้านระดับการศึกษาและสถานะที่แตกต่างกัน 3. แปรส่วนบุคคลกับการตัดสินใจเลือกกลับมาพักที่พักเดิมของนักท่องเที่ยวไม่แตกต่างกันทุกต้าน 4. ตัวแปรส่วนบุคคลกับระดับราคาที่นักท่องเที่ยวต้องการและคิดว่าเหมาะสมในการเข้าพักของนักท่องเที่ยวความถี่ของราคาที่เหมาะสมในการเข้าพักไม่แตกต่างกันทุกด้าน 5. ตัวแปรส่วนบุคคลกับระดับการบริการของธุรกิจที่พักแรมของนักท่องเที่ยวทุกด้านความถี่ระดับ การบริการธุรกิจที่พักแรมที่นักท่องเที่ยวต้องการพักไม่แตกต่างกัน และ 6. ตัวแปรส่วนบุคลกับความต้องการในการบริหารธุรกิจที่พักแรมที่มีการจัดการอย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมของนักท่องเที่ยว ความถี่ของความต้องการในการใช้บริการที่พักแรมที่มีการจัดการอย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมไม่แตกต่างกันทุกด้าน
    
    
    
    
    The purpose of this research is to critically explore tourist needs towards environmentally-friendly management of hotal business in Amphur Mueng,Surat Thani. Sampling among 30 hotals. The sample size is 384 tourism, who stay in the particular area. A questionnaire was designed as a data collecting tool in order to collect information with accidental sampling. Moreover, T-Test and F-Test has been adopted to analyse the data related to percentageanalysis, Mean and SD among the repondents. The results of the sampling's demographic data show that most respondents were female, age's range is 16-35 years, Bachelor's degree graduated, business owner carrer, single and income 15,001-30,000 THB. Moreover, the respondents' purpose of staying is to be relaxed as the rest-seekers. They stay just 2-3 days and it is the first time for them. It can be said that they would be back to stay in the same hotal which cost 500-1,000 THB. Importantly, environmentally-friendly management would be concerned by the responts. In addition, tourists needs towards environmentally-frindly man agement of hotel business in Ampher mueng, Surat Thani is focusing on 4 different dimensions. The results have rsptesented that a written-policy is the most importance of management dimension. The second importance, which is a sub-factor of human resources management, is the knowledge of employees in responding guests' questions related to environmental saving. For place and environmental management, the natural design would initiated as the decoration of hotels. For communication and public relation, the representatives can get some hotel's information via social network which is the most popular communication channel. However, hotel owners shold improve their environmental quality. For hypothesis test, the relationship between demongraphic data and tourists' behaviour has depicted that that there is an importance between demographic data and purpose of staying such as the different sex with family visiting pupose. There is no importance between demographic data and time range. Next, there is no importance between demographic data and staying’s freguency. Then, there is no importance between demographic data and returning possibility. Addittionally, there is no importance between demographic data and various prices. Furthermore, there is no importance between demographic data and environmentallt-friendly management of hotel business.},
    keywords = {ธุรกิจที่พักแรม, สิ่งแวดล้อม, สุราษฎร์ธานี},
    pubstate = {published},
    tppubtype = {book}
    }
    
    ปิดโหมดสีเทา